← บล็อก
อ่าน 1 นาที

โฆษณา custom image ของ Amazon: อะไรที่ทำให้ถูกตีตก

custom image ของ Amazon อยู่ใน Sponsored Display ไม่ใช่ Sponsored Brands และห้ามใช้ภาพไดคัทพื้นหลังสีขาวที่ลิสติ้งต้องใช้ มาดูว่านโยบายห้ามอะไรบ้าง

  • Amazon
  • Amazon Ads
  • Sponsored Display
  • advertising
  • product photography
  • background removal
  • ecommerce
โฆษณา custom image ของ Amazon: อะไรที่ทำให้ถูกตีตก

คีย์เวิร์ดพร้อม งบพร้อม แล้วชิ้นงานโฆษณากลับถูกตีตก ถ้าคุณกำลังตามหากฎของ custom image สำหรับ Sponsored Brands สิ่งแรกที่ควรรู้คือ Amazon ไม่ได้ทำเอกสารเรื่องนี้ไว้เลย รูปแบบของ Sponsored Brands มีแค่ Collections Store spotlight และ Video และตัวโฆษณาแบบ Collections ขอแค่ชื่อโฆษณา หัวเรื่องโฆษณา ชื่อแบรนด์ โลโก้ สินค้าที่ต้องการยกเว้น และหน้าปลายทาง — ไม่มีช่องอัปโหลดภาพ ส่วนรูปแบบ Brand Gallery นั้นรับภาพไลฟ์สไตล์ได้ พร้อมข้อความแปะทับที่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้

ไฟล์ที่ Amazon เรียกว่า custom image พร้อมรายการข้อห้ามเฉพาะของมันนั้นอยู่ในแคมเปญฝั่ง Display ต่างหาก และนั่นคือจุดที่ผู้ขายเจอความย้อนแย้ง: ภาพหลักของลิสติ้งคุณต้องวางบนพื้นหลังสีขาวล้วน ส่วน custom image กลับห้ามทำแบบนั้น ภาพไดคัทจากสตูดิโอที่ผ่านการตรวจของลิสติ้งมาแบบสบาย ๆ จึงตกด้วยเหตุผลว่าเป็นภาพสินค้าบนพื้นหลังสีทึบ

กฎของ custom image ห้ามอะไรบ้างจริง ๆ

ภายใต้ Sponsored Display ข้อกำหนดด้านซัพพลายและข้อกำหนดเฉพาะรูปแบบของ Amazon ระบุว่า custom image ต้องไม่:

  • เป็นภาพที่ถูกเลือกใช้อยู่แล้วบนหน้าสินค้าในเว็บ
  • เป็นภาพสินค้าชิ้นเดียวหรือหลายชิ้นที่วางอยู่บนพื้นหลังสีทึบหรือพื้นหลังโปร่งใส
  • มีโลโก้แบรนด์เดี่ยว ๆ หรือโลโก้หลายอันรวมกัน
  • มีข้อความเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อความที่มีอยู่ในภาพตามธรรมชาติ เช่น ข้อความบนบรรจุภัณฑ์ของตัวสินค้า
  • ใช้รูปแบบ letterbox หรือ pillarbox

มีสองกฎที่คนมักคิดว่าอยู่ตรงนี้ แต่จริง ๆ แล้วอยู่คนละที่ ราคาและดีลถูกห้ามด้วยนโยบายเรื่องหัวเรื่องโฆษณาของ Amazon ไม่ใช่ข้อกำหนดของภาพ ส่วนโฆษณาที่เนื้อหาไม่ตรงกับหน้าปลายทางจะโดนจับด้วย Editorial Guidelines ซึ่งครอบคลุมชิ้นงานโฆษณาทั้งชิ้น

กฎเรื่องข้อความที่เพิ่มเข้าไปเข้มกว่าคำว่า "ห้ามข้อความเยอะเกินไป" มาก: ข้อความบนบรรจุภัณฑ์ที่อยู่หน้าเลนส์ตอนถ่ายนั้นผ่าน แต่หัวเรื่องที่พิมพ์แปะลงไปทีหลังไม่ผ่าน เพราะ Amazon จะเรนเดอร์โลโก้แบรนด์และหัวเรื่องของคุณเป็นองค์ประกอบแยกวางข้างภาพอยู่แล้ว นี่เป็นกฎของฝั่ง Display — ภาพไลฟ์สไตล์ของ Brand Gallery อนุญาตให้แปะข้อความทับได้ อย่าเอาข้อห้ามข้ามรูปแบบกันไปมา

Amazon ไม่ได้ประกาศขนาดพิกเซลของ custom image ไว้ และไม่ได้ขอชุดภาพที่ครอปมาหลายขนาด: คุณอัปโหลดภาพเดียวแล้วระบบจะเสิร์ฟในขนาดที่ต่างกันให้เองอัตโนมัติ ส่วนเพดานขนาดไฟล์และรูปแบบไฟล์จะขึ้นให้เห็นในตัวสร้างแคมเปญตอนอัปโหลด — อ่านจากตรงนั้น อย่าไปเชื่อตัวเลขจากบล็อกไหน รวมถึงบล็อกนี้ด้วย

ทำไมภาพจากแคตตาล็อกถึงตกแน่นอน

ภาพเด่นพื้นหลังสีขาวที่ Amazon บังคับให้ใช้กับลิสติ้ง ตามนิยามแล้วก็คือภาพสินค้าบนพื้นหลังสีทึบ การย้อมขาวให้เป็นเทาอ่อนหรือย้ายสินค้าไปวางบนสีประจำแบรนด์แบบเรียบ ๆ ก็ไม่ช่วย — ถ้อยคำครอบคลุมทั้งสีทึบ หรือ โปร่งใส และข้อแรกในลิสต์ก็ปิดทางหนีที่เหลือ: ภาพที่ถูกเลือกใช้อยู่บนหน้ารายละเอียดสินค้าแล้วใช้ไม่ได้ ต่อให้สวยแค่ไหนก็ตาม

กระป๋องเครื่องดื่มสีขาวเรียบไม่มีฉลากสองใบนอนตะแคงอยู่บนพื้นสตูดิโอสีขาวไร้รอยต่อ จัดแสงนุ่มจนตัวสินค้าแทบกลืนไปกับพื้นหลัง

นโยบายนี้ต้องการบริบทของชีวิตจริง — สินค้าในที่ที่ลูกค้าจะได้เจอมันจริง ๆ กาต้มน้ำบนเคาน์เตอร์ครัว สว่านบนโต๊ะช่างข้าง ๆ กองขี้เลื่อย ภาพลิสติ้งอยู่ใต้ชุดนโยบายคนละชุดกัน และข้อกำหนดภาพหลักของ Amazonก็ช่วยคุณตรงนี้ไม่ได้

สร้างภาพที่ผ่านกฎโดยไม่ต้องยกกองถ่ายไลฟ์สไตล์

คุณไม่ต้องจองสตูดิโอทั้งวัน สิ่งที่ต้องมีคือภาพฉากเปล่า — ภาพถ่ายของสภาพแวดล้อมที่ตรงกลางไม่มีอะไรวางอยู่ — กับภาพสินค้าที่ไม่ใช่ภาพใดภาพหนึ่งบนหน้ารายละเอียดสินค้าของคุณ

กาต้มน้ำไฟฟ้าสีดำวางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวไม้ข้างอ่างล้างจาน มีผนังกันเปื้อนลายไม้ ตู้สีขาว และพื้นที่เคาน์เตอร์ว่างกว้าง ๆ ทางด้านซ้าย

  1. ดึงภาพที่ถ่ายตกรอบจากกองถ่ายเดิมมาใช้ หรือหยิบมือถือถ่ายใหม่ก็ได้ — ขอแค่เป็นภาพที่ไม่เคยถูกเลือกขึ้นลิสติ้ง
  2. ถ่ายสภาพแวดล้อมที่สินค้าของคุณควรจะอยู่ ถ่ายตอนที่มันว่าง และเหลือพื้นผิวโล่งไว้ให้วางของ
  3. จับแสงให้ตรงกัน ถ้าสินค้าถูกจัดแสงจากทางซ้าย ก็ถ่ายภาพฉากโดยให้หน้าต่างอยู่ทางซ้าย แสงที่ไม่เข้ากันคือจุดที่คนดูออกทันทีในภาพตัดต่อ
  4. ถ่ายภาพฉากจากความสูงและมุมใกล้เคียงกับภาพสินค้า สินค้าที่ถ่ายมุมตรงจะไม่มีทางนั่งลงในฉากที่ถ่ายจากด้านบนได้
  5. ไดคัทสินค้าออกมาด้วย remover.bg แล้วเปลี่ยนพื้นหลังเป็นภาพฉากของคุณในโปรแกรมแก้ไข จากนั้นใส่เงาเพื่อให้สินค้าสัมผัสกับพื้นผิวจริง ๆ

เงาคือตัวแยกภาพที่อ่านออกว่าเป็นภาพถ่ายออกจากภาพที่อ่านออกว่าเป็นคลิปอาร์ต และคู่มือของเราเรื่องการใส่เงาให้ดูสมจริงอธิบายไว้ว่าควรคุมให้เงาแคบและเข้มแค่ไหน ถ้าอยากคุมการจัดเฟรมเองแทนที่จะปล่อยให้ Amazon ย่อขยายตามใจ ให้ครอปภาพตัดต่อที่เสร็จแล้วในโปรแกรมออกแบบของคุณเอง

เช็กก่อนอัปโหลด

เปิดภาพที่เสร็จแล้วดูในขนาดที่มันจะไปปรากฏจริง: เล็ก ๆ บนหน้าจอมือถือ ตรงหัวหน้าผลการค้นหา สินค้าดูออกทันทีไหม หรือฉากกลืนมันไปหมดแล้ว มีข้อความอะไรอยู่ในเฟรมที่ไม่ได้พิมพ์อยู่บนตัวสินค้าไหม มีโลโก้แอบอยู่บนผนังหรือบนแก้วที่วางข้างหลังหรือเปล่า และมีตรงไหนดูเหมือนถูกแปะทับตามขอบที่สินค้าสัมผัสพื้นบ้างไหม

มือในเสื้อไหมพรมแขนยาวสีสนิมถือสมาร์ตโฟนที่แสดงตารางแกลเลอรีรูป โดยมีปุ่ม UPLOAD MEDIA อยู่เหนือภาพขนาดย่อ

จากนั้นเช็กไฟล์กับเพดานที่ตัวสร้างแคมเปญแสดงไว้ตอนอัปโหลด Amazon บอกว่าการตรวจพิจารณามักจบภายใน 24 ชั่วโมง แต่ก็อาจกินเวลาถึงสามวันทำการ และเตือนไว้ว่าช่วงที่งานเข้าเยอะเวลาตรวจอาจยืดออกไปอีก — เพราะงั้นเผื่อเวลาไว้ อย่าไปทำเอาคืนก่อนวันเปิดแคมเปญ

ถ่ายภาพฉากเก็บไว้สักสองสามใบตอนที่กล้องยังตั้งอยู่ แล้วทุก ASIN ในแคมเปญก็จะมีภาพเป็นของตัวเอง นั่นคือเหตุผลเชิงปฏิบัติของพื้นหลังแบบกำหนดเองในการถ่ายภาพสินค้า: ภาพไดคัทสะอาด ๆ ใบเดียว ใช้ได้หลายบริบท

ก่อนกดส่งตรวจ

ให้มอง custom image เป็นงานโปรดักชันชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่แค่การส่งออกไฟล์: ภาพฉากเปล่าที่แสงถูกต้อง ภาพสินค้าที่ไม่ใช่ภาพบนหน้ารายละเอียดสินค้า เงาที่ตรึงของให้ติดพื้น และไฟล์ที่อยู่ในเพดานตามที่หน้าอัปโหลดระบุไว้ ทำเผื่อไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วการถูกตีตกจะมีราคาแค่การส่งตรวจใหม่ ไม่ใช่วันเปิดตัว

อ่านต่อ